เรื่องอวกาศกับการเรียนในวัยเด็ก

%e0%b8%ad%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a8

อวกาศเป็นเรื่องที่น่าสนใจอยู่ตลอด และเป็นเรื่องที่ไม่ไกลตัวเรา ว่าด้วยเรื่องอวกาศแล้วเป็นเรื่องที่ทุกเพศทุกวัยให้ความส่นใจ ตั้งแต่วัยเด็กถึงวัยผู้ใหญ่ และการศึกษาของไทยก็เช่นเดียวกัน ได้นำเรื่องของดาราศาสตร์มาสอนให้แก่นักเรียน ซึ่งจัดอยู่หมวดวิชาวิทยาศาสตร์

การสอนเรื่องอากาศทำให้เด็กๆได้ทราบข้อมูล และเกิดความรู้ที่ถูกหลักการรวมถึงประโยชน์ต่างๆ แก่ตัวเด็ก

เด็กได้รับการพัฒนาเจตคติแห่งความสนใจ กระตือรือร้นเกี่ยวกับธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมรอบตัว เพื่อใช้และรักษาธรรมชาติอย่างเหมาะสมสืบต่อไป เด็กจะได้เรียนข้อความ รู้เรื่องของอากาศ เพื่อพัฒนาความคิดจากทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ เด็กได้มีโอกาสเรียนรู้เรื่องอากาศ ซึ่งเป็นธรรมชาติที่จำเป็นต่อชีวิต จากประสบการณ์ตรง เด็กจะมีความสนุก ความสุขจากการเรียนเรื่องอากาศที่น่าเรียน ตอบข้อสงสัยในสิ่งที่มองไม่เห็น แต่สิ่งนั้นมีอยู่ ชวนให้เด็กช่างสงสัย และคิดหาคำตอบต่อไป การเรียนเรื่องอากาศเป็นการส่งเสริมให้เด็กเป็นผู้มีความรู้ ความคิด มีความสนใจต่อธรรมชาติ ด้วยความสนุกและมีความสุขที่จะเรียนรู้

นอกจากนี้ยังช่อยให้เด็กได้เกิดความรู้ต่างๆมากมาย  ช่วยให้เด็กรับรู้เกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตต่างๆที่อาศัยร่วมกันบนโลก ช่วยให้เด็กเขาได้รู้ว่าตนเองเป็นส่วนหนึ่งของสิ่งแวดล้อม เป็นส่วนหนึ่งของสิ่งต่างๆที่อยู่ในโลก และควรมีความรับผิดชอบต่อโลกและสิ่งแวดล้อมตามระดับวุฒิภาวะที่สามารถทำได้ เช่น ไม่ทิ้งขยะลงในแม่น้ำ ใช้น้ำและไฟอย่างประหยัด ไม่ใช้ภาชนะที่ทำมาจากโฟม หรือวัสดุสังเคราะห์ที่อาจทำลายสิ่งแวดล้อม ฯลฯ ช่วยให้เด็กมีคุณลักษณะที่พึงประสงค์ในด้านต่างๆ เช่น ความรับผิดชอบ ความมีวินัย จิตสาธารณะ การเรียนรู้เกี่ยวกับโลก ดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ ดวงดาว ที่เด็กได้เรียนรู้ว่ามีกลางวัน กลางคืน รู้ว่าในเวลาใดควรปฏิบัติกิจกรรมหรือปฏิบัติตนอย่างไร ทำให้เด็กเกิดความตระหนักต่อตนเอง ช่วยสร้างวินัยในตนเองและเสริมสร้างจิตสาธารณะ จากการร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมบนโลกนี้ตามวัยของเด็ก ช่วยให้เด็กได้รับการพัฒนาทักษะพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ การเรียนรู้เรื่องโลก ดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ ดวงดาว ซึ่งเป็นเนื้อหาทางด้านวิทยาศาสตร์ การเรียนรู้ในเรื่องนี้จำเป็นอย่างยิ่งที่เด็กเขาจะต้องมีการสืบค้นข้อมูลความรู้ มีการพิสูจน์ทดลองต่างๆ ตลอดจนการเรียนรู้ผ่านประสบการณ์จริงในชีวิตประจำวัน เด็กต้องใช้ทักษะการสังเกต เช่น การสังเกตลักษณะของกลางวัน สังเกตการเคลื่อนที่ของดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ ฯลฯ นอกจากนี้เด็กยังได้ใช้ทักษะพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ด้านอื่นๆ เช่น การเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างเวลากลางวันและเวลากลางคืน การเปรียบเทียบลักษณะของดวงดาวบนท้องฟ้าจากการดูดาวบนท้องฟ้าร่วมกับพ่อแม่ขณะอยู่ที่บ้าน ทักษะการลงความเห็นจากการปฏิบัติการทดลอง ฯลฯ ช่วยให้เด็กได้รับการพัฒนาประสบการณ์สำคัญตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2546 ได้แก่ ประสบการณ์สำคัญที่ส่งเสริมพัฒนาการทางด้านร่างกาย อารมณ์จิตใจ สังคม และที่สำคัญคือประสบการณ์สำคัญที่ส่งเสริมพัฒนาการทาง ด้านสติปัญญา อาทิ การคิด การใช้ประสาทสัมผัสทั้งห้า การอธิบายเกี่ยวกับสิ่งของ เหตุการณ์ ความสัมพันธ์ของสิ่งต่างๆด้วยภาษา การสังเกต จำแนกและเปรียบเทียบ มิติสัมพันธ์และเวลา

Comments are closed.